Author Archives: Grabyourfins

เมื่อเต่ากลายเป็นเกาะเคลื่อนที่

20770397_10155513215092226_1830439389116871510_n

เต่าที่กระดองเต็มไปสาหร่าย

เต่าแม่น้ำแมรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elusor macrurus เป็นเต่าที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำแมรี่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้เป็นเต่าที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากถูกจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ความพิเศษของพวกมันคือตามลำตัวมักจะมีสาหร่ายมาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริเวณกระดอง บริเวณหัวของพวกมัน เป็นต้น

ที่มา : สำรวจโลก

มีอะไรอยู่ในปะการังอ่อน

วันนี้มาดูว่ามีตัวอะไรอยู่ในปะการังอ่อน Xenia เริ่มต้นด้วย Barred Xenia Pipefish (Siokunichthys Spp.) ตัวนี้เราเจอครั้งแรกที่เลมเบ้ ดูไปมาคล้ายพยาธิไม่น้อย 5555 ข้อมูลจาก fish base ระบุว่าพบที่ El Tur, Sinai Peninsula , Dahlak Archipelago (Ethiopia), Red Sea, Musha Islands, near Djibouti, in the Gulf of Aden , Manado ทำไมไม่มีประเทศไทยด้วยนะ

pipefish

คล้ายพยาธิไหมถามใจเธอดู pipefish2

ตามมาด้วยปู Xenia Soft Coral Crab (Caphyra laevis) ซึ่งปูตัวนี้ทำเนียนมาก สามารถปรับสี (camouflage) ให้เข้ากับปะการัง ได้อย่างกลมกลืนนี่สีซีดเลย สงสัยเมียรู้ว่าอมตัง

อินี่ปรับสีให้เข้ากะปะการังนะจ๊ะนายจ๋า

Crab.JPG

มีปูแล้วก็ต้องมีกุ้งด้วย Xenia Shrimp (Hippolyte commensalis) ตัวนี้ยังไม่เคยเห็นที สงสัยคราวหน้าที่ไปดำน้ำจะต้องทำการส่องละ

Shrimp1

ดูจากรูปแล้วก็น่าจะเนียนสามารถปรับสี (camouflage) ให้เข้ากับปะการังอ่อนได้

Shrimp2.JPG

ตามมาด้วยกลุ่มปลาละครัช เริ่มด้วย Radial Filefish (Acreichthys radiatus)

Credit: Doug Anderson

Hyaline Cardinalfish (Foa hyalina) ตัวนี้เจอที่เซบู แต่คุ้นๆว่าที่ไทยคงมีแหละ

archamia-cebu.jpg

Credit: やーた

ปลานักบวช8เส้น แปลซับนรกมาก  Eightspine Cardinalfish (Neamia octospina)

xenia-goby-honey.jpg

Credit: honey

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมประการังอ่อนดูสวยพริ้วตามกระแสน้ำ ข้างในจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยร่วมด้วยไม่น้อยทีเดียว

อ่านเพิ่มได้ที่ reef.com

ปรากฏการณ์ธรรมชาติของต้นไม้ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

20770154_10155510266252226_3743611493954642804_n

ปรากฏการณ์ธรรมชาติของต้นไม้ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

ต้นไม้ที่เว้นช่องว่างระหว่างกันนี้เกิดขึ้นใน Plaza San Martín ซึ่งเป็นอุทยานในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา สำหรับปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ถูกเรียกว่า Crown shyness ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับต้นไม้สายพันธุ์เดียวกัน แต่ก็มีพบในต้นไม้ต่างสายพันธุ์กัน สำหรับสาเหตุของการเกิดนั้นยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร

ที่มา สำรวจโลก

สยอง! ฝูงสัตว์ทะเลปริศนาแทะขาวัยรุ่นออสซีเลือดอาบคาหาดรัฐวิกตอเรีย

8 ส.ค. 2017 วัยรุ่นชาวเมลเบิร์นเจอประสบเหตุการณ์ประหลาดหลังจากว่ายน้ำทะเแล้วพบว่าขาและเท้าสองข้างของเขาโชกไปด้วยเลือด ผู้เชี่ยวชาญต่างให้ความเห็นแตกต่างว่าตัวการคือเหาทะเล, ปลากระเบน, และตัวอ่อนของแมงกระพรุ่น

เรื่องเริ่มต้นนาย Sam Kanizay วัย 16 ปี รู้สึกปวดเมื่อยขาหลังจากเล่นฟุตบอล (น่าจะเป็นออสเตรเลียฟุตบอลลีก หรือ AFL กีฬาประจำรัฐวิกตอเรีย) ในวันเสาร์ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจเอาขาแช่น้ำทะเลที่ชายหาด Dendy Street Beach ในย่าน Brighton นครเมลเบิร์น หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป กลับพบว่าขาและเท้าของเขาโชกไปด้วยเลือด

นาย Jarrod Kanizay บิดาของเขาพยายามหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเอาก้อนเนื้อสดไปหย่อนน้ำทะเลในที่เกิดเหตุ และทำการบันทึกภาพ พบว่าหลังจากนั้นมีสัตว์ทะเลตัวเล็ก ๆ จำนวนมากมายมารุมเกาะกินเนื้อ

นาย Jeff Weir ผู้อำนวยการบริหารสถาบันวิจัยปลาโลมา Dolphin Research Institute ผู้ซึ่งเคยได้รับบาดเจ็บคล้ายกันในระหว่างดำน้ำ เขาเชื่อว่าสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ถูกบันทึกวิดีโอคือตัวเหาทะเล หรือ sea lice

ซึ่งทางวิทยาศาสตร์จะอ้างว่าเป็นตัวแอมพิพอด (amphipod) เป็นสัตว์เปลือกแข็ง (crustaceans) ขนาดเล็กที่ชอบหากินของเสียจากพืชและสัตว์ใหญ่

เขากล่าวว่า ในทะเลลึกตัวของมันอาจจะโตเท่าหนู แต่เมื่อมันเข้ามาอยู่ริมหาด มันจะโตเต็มที่แค่ 1 ซม.เท่านั้น

นาง Doina Canta สมาชิกของสโมสรว่ายน้ำ Brighton Icebergers เชื่อว่าตัวการคือปลากระเบน โดยอ้างว่าสมาชิกของสโมสรคนหนึ่งได้ถูกปลากระเบนทำร้ายเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ขาและเท้าของเขาก็มีเลือดออกมากเหมือนนาย Kanizay

ส่วนนาย Michael Brown ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลสันนิษฐานว่าสัตว์ตัวเลข ๆ ที่ปรากฎในวิดีโออาจจะเป็นตัวอ่อนของแมงกระพรุน

แต่ดร. Thomas Cribb ผู้เชี่ยวชาญด้านปรสิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยควีนสแลนด์กล่าวว่า มันเป็นเรื่อง “ไม่ปกติอย่างแท้จริง” ที่สัตว์แอมพิพอดจะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บจนเลือดออก

เขาให้สัมภาษณ์ผ่านข่าวทีวี Sunrise ของช่อง 7 ว่าตลอดชีวิตการทำงาน 20 ปีของเขา ไม่เคยเห็นปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่ก็ไม่เชื่อว่ามันเป็นปลากระเบน เพราะปลากระเบนจะไม่ก่อให้เกิดบาดแผลอย่างนี้

ดร. Genefor Walker-Smith นักชีววิทยาทางทะเลผู้ซึ่งทำการตรวจสอบตัวอย่างสัตว์ขนาดจิ๋วที่เก็บได้จากชายหาดที่เกิดเหตุ พบว่าสัตว์ขนาดจิ๋วที่ตรวจพบปกติจะไม่โจมตีมนุษย์เหมือนปลาปิรันย่ารุมกินเหยื่อ

ผศ. Richard Reina นักวิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งมหาวิทยาลัยโมนาชกล่าวว่า เขาไม่เคยเห็นสัตว์น้ำขนาดเล็กทำร้ายมนุษย์เช่นนี้มาก่อน

สัตว์ตัวเล็กที่ถูกบันทึกวิดีโอมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเหาทะเล แต่ปกติมันจะเข้าจิกกินร่างของสัตว์ที่ตายแล้วเท่านั้น การโจมตีมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตเท่าที่ทราบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นาย Sam Kanizay ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุ 3AW ว่าตอนแช่อยู่ในน้ำเขาไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อมีคลื่นและทรายมาถูกขาของเขาจึงรู้สึก พอก้มลงมองดูจึงพบว่าขาของเขามีเลือดไหล เมื่อเขาขึ้นมาล้างแผลจึงพบว่าขาและเท้าของเขาถูกเจาะกินเป็นรูเล็ก ๆ เต็มไปหมด พอทิ้งระยะไปได้ไม่นานเลือดก็ไหลออกมาอีก

เขากล่าวว่า ขาของเขาเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มเจาะพรุ่นไปหมด เขาถูกนำส่งโรงพยาบาล Sandringham Hospital แต่แพทย์ไม่สามารถหยุดเลือดของเขาได้ จึงถูกย้ายมายังโรงพยาบาล Dandenong Hospital ซึ่งคณะแพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่าแผลของเขาเกิดจากสาเหตุอะไร

หลังจากเหตุที่เกิดขึ้นกับนาย Sam Kanizay ถูกเผยแพร่ออกไปสมาคมออสเตรเลียฟุตบอล (AFL) ได้ออกเตือนสโมสรในสังกัดให้พยายามหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำทะเล

นาย Koby Stevens และนาย Sam Gilbert ผู้เล่นของสโมสร St Kilda AFL กล่าวว่าพวกเขากำลังจะไปหาด Brighton เพื่อร่วมเล่นน้ำทะเลกับกลุ่มเพื่อนร่วมทีมพอดี พอได้รับไลน์แจ้งเตือนจากสโมสรทุกคนก็เลิกล้มความคิดที่จะลงน้ำทันที

ที่มา jingjonews.com

มาดูความยิ่งใหญ่ของ Blue Whale

วันนี้เล่น Facebook ไถ feed ไปเรื่อยๆ ป๊าดอะไรเนี่ยภาพจริงหรือตัดต่อ ไม่ได้แล้วต้องแว๊บเข้าไปดู

วีดีโอนี้เป็นของ Slater Thomas Moore Slater Moore Photography @slatermoorephotography และ Newport Coastal Adventureโน้นเลยจากแคลิฟอร์เนีย เห็นแล้วว๊าวเลย เรานี่เป็นเพียงแค่เสี้ยวเล็กของธรรมชาติเอง แต่ทำตัวกร่าง ทำลายสมดุลธรรมชาติได้อย่างร้ายกาจ แหมชีวิตนี้ก็อยากมีประสบการณ์อย่างนี้สักกะครั้งเนอะ

Blue whale ชื่อไทย วาฬสีน้ำเงิน ชื่อวิทยาศาสตร์: Balaenoptera musculus) เป็นวาฬบาลีน (Balaenopteridae) และถือเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วาฬสีน้ำเงินในขนาดปกติโดยทั่วไปจะยาวประมาณ 26-29 เมตร แต่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมีความยาว 31.2 เมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ ประมาณ 100-200 ตัน เฉพาะลิ้นก็มีน้ำหนักเกือบเท่าช้างหนึ่งตัว หัวใจมีขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่ง และเส้นเลือดบางเส้นกว้างขนาดที่มนุษย์พอจะลงไปว่ายน้ำได้ และครีบหางก็มีขนาดกว้างกว่าปีกของเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก จัดเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา มีขนาดใหญ่กว่าไดโนเสาร์ชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

กินเคยและแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่ก็อาจจะกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเช่น ปลาขนาดเล็กเข้าไปด้วย สามารถดำน้ำลงไปหาอาหารได้ลึกถึง 100 เมตร และปกติจะดำน้ำนาน 20 นาที แต่มีบันทึกสูงสุดว่าดำได้นานถึง 40 นาที และพ่นน้ำได้สูงถึง 9 เมตร

นอกจากนี้แล้ว วาฬสีน้ำเงินยังเป็นสัตว์ที่ส่งเสียงร้องได้กว้างไกลที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสามารถส่งได้ได้ดังถึง 1,500 กิโลเมตร ในลักษณะของคลื่นเสียงที่มีความหลากหลาย ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ได้เป็นไปในการสื่อสารเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังใช้การนำทางอีกด้วย

ที่มา: th.wikipedia

ภูเขาน้ำแข็งที่แตกจากแอนตาร์กติกาเริ่มเคลื่อนตัวแล้ว

ภาพถ่ายล่าสุดจากดาวเทียมสังเกตการณ์เดมอส-วัน (Deimos-1) ชี้ว่าภูเขาน้ำแข็ง A-68 ซึ่งเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ขนาด 6,000 ตารางกิโลเมตร ที่เพิ่งแตกออกจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ของทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เริ่มเคลื่อนตัวออกห่างจากริมขอบทวีป และกำลังจะลอยออกสู่ทะเลเวดเดลล์มากขึ้นแล้ว

ดาวเทียมเดมอสวันใช้เรดาร์และเซ็นเซอร์ตรวจจับรังสีอินฟราเรดสำรวจสภาพล่าสุดของภูเขาน้ำแข็ง A-68 พบว่ามีความเคลื่อนไหวเป็นไปตามที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ โดยพบว่าภูเขาน้ำแข็งเริ่มแยกตัวออกจากขอบทวีป จนเผยให้เห็นน้ำทะเลเบื้องล่างตรงร่องแยกอย่างชัดเจน

น้ำแข็งทวีปแอนตาร์กติกา01

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในช่วงแรกภูเขาน้ำแข็ง A-68 จะเคลื่อนตัวออกตามแนวลาดเอียงของผิวน้ำในมหาสมุทรซึ่งเกิดจากกระแสลม แต่แรงโคริออลิส (Coriolis) ซึ่งเป็นแรงเฉื่อยที่กระทำต่อวัตถุบนโลกซึ่งเคลื่อนที่ในแนวเหนือ-ใต้ขวางทิศทางการหมุนรอบตัวเองของโลก จะชดเชยให้ภูเขาน้ำแข็งนี้ยังไม่เคลื่อนออกห่างจากขอบทวีปมากนัก ภาพถ่ายดาวเทียมยังชี้ว่า ส่วนหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งบางที่ก่อตัวอยู่ริมขอบภูเขาน้ำแข็งนี้กำลังแตกตัวออกอีกด้วยน้ำแข็งทวีปแอนตาร์กติกา02

คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันอัลเฟรด เวเกเนอร์ เพื่อการวิจัยขั้วโลกและทะเลในเยอรมนี ได้ทำนายทิศทางการเคลื่อนตัวของภูเขาน้ำแข็งนี้โดยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะมีการเคลื่อนตัวจากทะเลเวดเดลล์ขึ้นไปถึงทางตะวันออกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก และเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ มุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะจอร์เจียใต้และหมู่เกาะแซนด์วิชใต้ (South Georgia and South Sandwich Islands) ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษต่อไป

บรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังเตรียมทำการศึกษาเรื่องใหม่ๆ ที่เป็นผลจากการแยกตัวของภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาใหญ่เกือบ 4 เท่าของกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ เช่น ผลกระทบต่อสมดุลของโครงสร้างหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ที่ยังเหลืออยู่และหิ้งน้ำแข็งใกล้เคียง รวมทั้งการศึกษาชีวิตใต้ทะเลที่อาจมีการค้นพบสัตว์และพืชชนิดพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยค้นพบมาก่อนหน้านี้เพราะภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ปิดบังไว้

ที่มา: bbc Thailand

สมองของสิ่งมีชีวิตอะไรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สมองของของวาฬสเปิร์ม ได้ชื่อว่าเป็นสมองของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยมีน้ำหนักมากถึง 7.8 กิโลกรัม ขนาดสมองที่ใหญ่ของวาฬสเปิร์มนั้นไม่ได้แปลว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาด

วาฬสเปิร์มโตเต็มที่มีขนาดความยาวประมาณ 15-20 เมตร ลูกแรกเกิดยาว 3.5-4.5 เมตร แม่วาฬใช้เวลาตั้งท้องนาน 16-17 เดือน ลูกจะอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลาประมาณ 13 เดือนจึงแยกออกหากินอิสระ ขนาดโตเต็มที่ยาว 12-18 เมตร น้ำหนักมากถึง 28 ตันสมองวาฬสเปิร์ม

ที่มา: สำรวจโลก