โครงการ “แอตลาส” สำรวจทะเลลึกครั้งใหญ่ที่สุดของโลกเริ่มแล้ว

โครงการ “แอตลาส” สำรวจทะเลลึกครั้งใหญ่ที่สุดของโลก เดินหน้าแล้ว

โครงการแอตลาสเป็นการสำรวจระบบนิเวศทะเลลึกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของโลก โดยนอกจากจะสำรวจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพโดยใช้หุ่นยนต์ดำน้ำลึกเก็บภาพและตัวอย่างสิ่งมีชีวิตแล้ว ยังจะศึกษาเรื่องความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในมหาสมุทร ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกอีกด้วย

นักวิทยาศาสตร์จาก 24 สถาบันในยุโรปและอเมริกาเหนือ ร่วมกันเดินหน้าปฏิบัติการสำรวจทะเลลึกกว่า 12 จุดในมหาสมุทรแอตแลนติก ตามโครงการแอตลาส (ATLAS) แล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจะใช้เวลา 4 ปี สำรวจระบบนิเวศทะเลลึก ซึ่งยังมีความหลากหลายทางชีวภาพอีกมากซุกซ่อนอยู่ โดยที่มนุษย์ยังไม่เคยล่วงรู้

โครงการแอตลาสเป็นการสำรวจระบบนิเวศทะเลลึกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของโลก โดยนอกจากจะสำรวจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพโดยใช้หุ่นยนต์ดำน้ำลึกเก็บภาพและตัวอย่างสิ่งมีชีวิตแล้ว ยังจะศึกษาเรื่องความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในมหาสมุทร ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกอีกด้วย

ที่มา: บีบีซีไทย – BBC Thai

ซึ้งน้ำใจ ชาวประมงผ่าท้องช่วยลูกฉลามเสือ 68 ตัว หลังพบ 2 แม่ฉลามติดอวนตาย

Saddening: The fishermen in Changbin, Taiwan, found the two female sharks over the course of two days

กลุ่มชาวประมงไต้หวันพบซากฉลามเสือเสือหรือ Tiger shark ท้องแก่ 2 ตัว คาดตายเพราะติดอวน เร่งช่วยกันผ่าท้องนำลูกปลาที่ยังไม่เกิดออกมา ช่วยชีวิตไว้ได้รวมแล้ว 68 ตัวจาก 75 ตัว

วันที่ 15 มิถุนายน 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยเรื่องราวดี ๆ จากไต้หวัน ระบุว่า กลุ่มชาวประมงท้องถิ่นในเมืองฉางบิ่น พบปลาฉลามเสือเพศเมียท้องแก่ตายคาอวนดักปลาที่นอกชายฝั่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จึงจัดการนำซากขึ้นมาบนบก พบว่ามันมีน้ำหนักมากถึง 499 กิโลกรัม ชาวประมงจึงแน่ใจในทันทีว่ามันท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว

ช่วยลูกฉลาม

พวกเขาตัดสินใจผ่าท้องแม่ปลาฉลามทันที และสามารถช่วยลูกปลาฉลามจำนวน 38 ตัวเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ก่อนส่งพวกมันไปอยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยชีววิทยาทางทะเลตะวันออก

Freeing the babies from the mother's womb: The quick thinking men freed the animals from the tiger shark

และในอีก 1 วันให้หลัง พวกเขาพบซากฉลามเสือหนัก 199 กิโลกรัมติดอวนดักปลาอีกครั้ง มันเป็นแม่ฉลามเสือที่กำลังตั้งท้องเช่นกัน ชาวประมงก็สามารถช่วยลูกฉลามเสือเอาไว้ได้เป็นจำนวน 37 ตัว และนำส่งศูนย์วิจัยชีววิทยาเช่นเคย

Healthy sharks: The animals have been kept in pools and are said to be doing well, eating squid and prawns

แต่ที่น่าเศร้าที่ทางศูนย์วิจัยเผยว่า มีลูกปลาจากแม่ฉลามเสือตัวที่ 2 ตายไปเป็นจำนวน 7 ตัว เนื่องจากพวกมันถูกทำคลอดก่อนกำหนด แต่อย่างไรก็ดี ลูกปลาฉลามจำนวน 68 ตัวสามารถว่ายน้ำในสระใหญ่ได้ด้วยตัวเอง ในขณะที่ลูกปลาจากแม่ฉลามตัวแรก สามารถกินสัตว์น้ำเล็ก ๆ อย่างกุ้งและปลาหมึกได้แล้วด้วย

Heroic: They rescued the pups from their mothers' wombs and took them to a marine centre

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยระบุว่า ช่วงนี้เป็นฤดูคลอดลูกของปลาฉลามและสัตว์ทะเลอื่น พวกมันมักจะว่ายน้ำเข้ามาใกล้ฝั่งเพื่อให้กำเนิดทายาท นั่นหมายความว่าพวกมันต้องเสี่ยงอันตรายจากการติดอวนของชาวประมงอยู่ไม่น้อย

Good news: According to an employee of the marine centre, the baby sharks are doing well and are eating

อนึ่ง ลูกปลาฉลามเสือแรกเกิดจะมีความยาวประมาณ 90 เซนติเมตร และจะแยกตัวออกมามีชีวิตเป็นอิสระทันที หลังจากที่คลอดออกมาจากท้องแม่

ที่มา : kapook , Dailymail

ใครเคยเห็นกระดูกช่องปากปลาโรนินหรือยัง

Credit image : http://fishesofaustralia.net.au

ปลาโรนิน หรือชื่อสามัญภาษาอังกฤษคือ: Bowmouth guitarfish, Mud skate, Shark ray เป็นปลากระดูกอ่อนชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhina ancylostoma อยู่ในวงศ์ Rhinidae

มีรูปร่างแตกต่างไปคล้ายกับปลาโรนัน (Rhinobatidae) แต่มีลักษณะที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัว โดยมีส่วนหัวขนาดใหญ่ รูปทรงแบนกลมและโค้งมน ปากกลม ครีบอกแผ่กว้าง ครีบหลังตั้งสูง เป็น 2 ตอน บริเวณเหนือตามีสันเป็นหนาม ตรงกลางหลังด้านหน้าของครีบหลังมีหนามเรียงตัวกันเป็นแถวชัดเจน พื้นผิวลำตัวด้านบนมีสีเทาอมน้ำตาล มีแต้มเป็นจุดสีขาวจาง ๆ กระจายอยู่ทั่วตัว ด้านท้องมีสีขาว ยิ่งโดยเฉพาะปลาวัยอ่อนจะมีลวดลายที่มากกว่าปลาตัวโต

Bowmouth guitarfish swimming

ขนาดโตเต็มที่มีความยาวได้ถึง 3 เมตร หนักได้ถึง 135 กิโลกรัม พบอาศัยอยู่ตามบริเวณพื้นทะเลที่เป็นดินทรายปนโคลน จัดเป็นปลาที่พบเห็นได้ยากมากในปัจจุบัน พบได้ในทะเลแดง, แอฟริกาตะวันออก, ญี่ปุ่นตอนใต้, ปาปัวนิวกินี, ในน่านน้ำไทยพบที่ฝั่งอันดามัน โดยมีชื่อที่ชาวประมงเรียกว่า “ปลากระเบนพื้นน้ำ” และมีความเชื่อว่าหนามบนหลังนั้นใช้เป็นเครื่องรางของขลังในทางไสยศาสตร์ได้ โดยนิยมนำมาทำเป็นหัวแหวน หรือนำมาห้อยคอ ซ้ำยังมีราคาซื้อขายที่ไม่แพง เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยมีเพียงตัวเดียว ที่อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีราคาซื้อขายที่แพงมากนับล้านบาท ซึ่งปลาในที่เลี้ยงมีพฤติกรรมที่เชื่องต่อผู้เลี้ยงและกินเก่งมาก

มาดูกระดูกปากด้านหน้า

© Simon De Marchi

© Simon De Marchi

กระดูกปากด้านข้าง

© Simon De Marchi

จากรูปถ่ายเราสามารถศึกษาพฤติกรรมการกินของปลาโรนินซึ่งปลาโรนินอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลใกล้ชายฝั่ง ตามแนวปะการัง กินกุ้ง ปู และสัตว์น้ำจำพวกหอยเป็นอาหาร

ที่มา : http://www.shark-references.com/

: BLOCH, M.E. & SCHNEIDER, J.G. (1801)

:ปลาโรนิน Wiki

 

 

มารู้จักปลาตัวผู้ที่เสียสละอีกชนิด”ปลาหมอเทศ”

เราพอจะรู้จักสัตว์ทะเลหลายชนิดที่เสียสละดูแลอมลูกไว้ในปาก แต่ใครรู้บ้างว่าปลาน้ำจืดก็มีพฤติกรรมคล้ายๆกัน อย่างเช่นปลาหมอเทศ มีชื่อภาษาอังกฤษ: Mozambique tilapia, Three spotted tilapia) ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oreochromis mossambicus อยู่ในวงศ์ปลาหมอสี (Cichlidae) มีลักษณะรูปร่างทั่วไปคล้ายปลานิล (O. niloticus) ซึ่งเป็นปลาที่อยู่ในวงศ์เดียวกันและสกุลเดียวกัน แต่ว่า ปลาหมอเทศมีรูปร่างที่เล็กกว่า มีปากกว่าที่ยื่นยาวกว่า และไม่มีลายบนครีบ

เมื่อตัวเมียได้ผสมพันธุ์แล้ว จะอมไข่ที่ได้รับการผสมไว้ในปาก จนกระทั่งลูกปลาฟักออกมาเป็นตัว
และอาจจะเลี้ยงลูกปลาและอมไว้ต่อไปจนกว่าลูกปลาจะโตแข็งแรงพอที่จะดูแลตัวเองได้ เพื่อป้องกันอันตรายจากศัตรู

ปลาหมอเทศมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ถูกนำเข้าสู่ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2492 (แน่หล่ะสิชื่อปลาหมอเทศอะนะ)โดยผ่านมาจากปีนัง แต่ทว่า ความนิยมในการบริโภคของปลาหมอเทศสู้ปลานิลไม่ได้

ปลาหมอเทศลักษณะทั่วคล้ายปลาหมอไทย แต่ส่วนลำตัวและหัวใหญ่กว่า จะงอยปากค่อนข้างยาว ปากกว้าง ริมปากหนา ขากรรไกรล่างยาวกว่าขากรรไกรบน ครีบหลังยาวและสูง ส่วนที่เป็นก้านครีบแข็งยาวกว่าส่วนก้านครีบอ่อนมาก ครีบก้นยาว ครีบหางมีขนาดใหญ่ปลายมน ครีบท้องอยู่ใกล้ครีบหู มีขนาดใกล้เคียงกัน ด้านหลังมีสีเทาปนดำ ข้างลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ท้องเหลืองจาง ๆ ตัวผู้มีขนาดใหญ่น้ำเงินปนดำ ตัวเมียเล็กกว่าและสีซีดจาง ในการผสมพันธุ์วางไข่ ตัวเมียฟักไข่ด้วยปาก ถิ่นอาศัยในแม่น้ำ ทะเลสาบ เดิมถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา อาหารกินพืชน้ำ สาหร่าย

ที่มา : บางปะกง สายน้ำแห่งชีวิต , nongtoob1.blogspot

 

ข่าวดีจร้าครม.เห็นชอบเพิ่มสัตว์ทะเลหายากเป็นสัตว์สงวน

หายหัวไปนานเบยครัช มาเป็นกุลีต่างบ้านต่างเมืองทำงาหนักมาก 4 วัน/สัปดาห์ โถๆๆ น้องปลวก 555 บร้าไปแล้วนี่เอง

อ้าวเรามาเข้าข่าวดีของเรากันดีกว่า ในที่สุดวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน  มีการเพิ่มสัตว์ทะเลหายากเป็นสัตว์สงวน ๔ ชนิดใหม่ของไทยซึ่งได้แก่ วาฬบรูด้า / วาฬโอมูระ / ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง

เนื่องจากสัตว์ทะเลทั้ง ๔ ชนิด มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์จนถึงใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล อยู่ด้านบนของห่วงโซ่อาหาร ช่วยรักษาความสมดุล และเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ตลอดจนมีความสำคัญในระดับนานาชาติ เนื่องจากมีการอพยพไปมาระหว่างประเทศ โดยให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้

 

ที่มา : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ลองทายดูสิฉลามพยาบาลกินอะไร

13051497_1032105793547731_1571029999525638822_n

ไม่เคยคิดเลยว่าฉลามจะกล้ากินปลาสิงโตตัวพองๆได้เพราะปลาสิงโตก็มีหนามทั้งตัวแถมมีพิษอีกต่างหาก

แต่วันนี้เรามีรูปมายืนยัน นอนยันแล้วว่าเป็นไปได้จริงๆ

ปลาฉลามพยาบาล หรือ ปลาฉลามขี้เซา (อังกฤษ: Nurse shark, Sleepy shark) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ginglymostoma cirratum อยู่ในวงศ์ Ginglymostomatidae เป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Ginglymostoma

โดยที่ชื่อวิทยาศาสตร์นั้นคำว่า Ginglymostoma หรือ Ginglymostomatidae มาจากภาษากรีกคำว่า γίγγλυμος (ginglymos) หมายถึง “บานพับ” หรือ “สายยู” และ στόμα (stoma) หมายถึง “ปาก” และคำว่า cirratum มาจากภาษากรีก หมายถึง “ขด” หรือ “ว่ายน้ำ”

จัดเป็นปลาฉลามในอันดับ Orectolobiformes หรือปลาฉลามหน้าดินขนาดใหญ่ พบได้ในทวีปเอเชียและแอฟริกา มีขากรรไกรที่แข็งแรง ในปากมีฟันที่แบนและงุ้มเข้าภายใน ใช้สำหรับงับอาหารซึ่งได้แก่ ปลาขนาดเล็กกว่าตามหน้าดินและสัตว์มีกระดองและมอลลัสคาต่าง ๆ รวมถึงหอยเม่นให้อยู่และกัดให้แตก โดยใช้อวัยวะที่คล้ายหนวดเป็นเครื่องนำทางและเป็นประสาทสัมผัส จะใช้วิธีการกินด้วยการดูดเข้าปาก มีครีบหางที่ยาวถึงร้อยละ 25 ของความยาวลำตัว ลำตัวเป็นสีเหลืองน้ำตาลจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ขณะที่ยังเป็นปลาวัยอ่อนจะมีจุดเข้มเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่ว

ที่มา Wikipedia , World of Oceans

 

 

13043551_575876545919625_1314328952282550505_n

กุ้งที่พบในแม่น้ำบางปะกง

13043551_575876545919625_1314328952282550505_n

รูปนี้ได้มาจากเพจ บางปะกง สายน้ำแห่งชีวิต ไม่น่าเชื่อใช่ไหมว่าแม่น้ำบางปะกงจะมีกุ้งหลากหลายพันธ์

จากงานวิจัยของน้อง ม. มหาสารคาม ที่ทำวิจัยเรื่องการเพาะเลี้ยงกุ้งของชาวบ้าน พบว่าในแม่น้ำบางปะกงพบกุ้งไม่น้อยกว่า 14 ชนิด

จากการสำรวจในเวลาไม่นานของทีมงานเพจ ช่วงบริเวณอำเภอบ้านโพธิ์ จ. ฉะเชิงเทรา พบกุ้งที่ในแม่น้ำบางปะกง 9 ชนิด ได้แก่
1. กุ้งกุลาดำ
2. กุ้งก้ามกราม หรือกุ้งแม่น้ำ
3. กุ้งแชบ๊วย
4. กุ้งขาว
5. กุ้งตะกาด
6. กุ้งเปลือกอ่อน
กุ้งตะกาดและกุ้งเปลือกอ่อนจะคล้ายกันมาก แต่ก็มีวิธีสังเกตง่ายๆ คือ เมื่อพลิกดูใต้ท้อง กุ้งเปลือกอ่อนจะมีจุดขาวใต้ท้อง และมีสีอ่อนกว่า เปลือกจะนิ่มและลื่นกว่ากุ้งตะกาด
กุ้งตะกาดจะอาศัยขุดรูอยู่ในดินโคลน แต่กุ้งเปลือกอ่อนจะอยู่ในแม่น้ำ จะไม่ขุดรูอาศัย
7. กุ้งดีดขัน หรือกุ้งต๊อก, กุ้งกระเตาะ มีก้ามข้างขวาขนาดใหญ่กว่าข้างซ้าย ที่มาของชื่อ เพราะเมื่อช่วงเวลาน้ำลง มักจะได้ยินเสียงกุ้งชนิดนี้งับก้ามทำให้เกิดเสียงดัง “ป๊อก” เหมือนเราใช้นิ้วดีดขัน เป็นการทำเพื่อให้ศัตรูตกใจ
8. กุ้งกะเปาะ หรือกุ้งกะต่อม
9. กุ้งฝอย

 

ที่มา : facebook page บางปะกง สายน้ำแห่งชีวิต