Category Archives: ทากเปลือย/นูดี้

ผวา! พบซาก”ทากทะเล” นับหมื่นเกลื่อนชายหาดภูเก็ต

SEA SLUG 04.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 7 มีนาคมนี้ ตัวแทนชาวบ้านตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต แจ้งว่าบริเวณชายหาดกมลา มีสัตว์ประหลาดลักษณะเนื้อเยื่อคล้ายแมงกะพรุนแต่มีขนาดเล็กคล้ายหอย ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกลื่อนชายหาดเป็นแนวยาวประมาณ 500 เมตร เบื้องต้นพบไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัวขึ้นไป ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บางรายกังวลว่า อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกเหตุหรือสัญญาณเกี่ยวกับภัยธรรมชาติได้

SEA SLUG 01.jpg

นายนิรุจ สาริยา ผู้บริหารกมลาเคเบิ้ลทีวี กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าหน้าหาดกมลามีสัตว์ประหลาดถูกคลื่นซัดมาเกลื่อนกลาดเต็มชายหาดจึงลงไปและเก็บทั้งภาพนิ่งและวิดีโอไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตรวจพิสูจน์ว่าเป็นสัตว์ประเภทใดขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างไรเพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุมีสัตว์ทะเลลักษณะดังกล่าวถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งเลย ชาวบ้านที่พบเห็นจึงเกิดความวิตกกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณไม่ดีบางอย่างที่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติหรือไม่ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลต้องเร่งตรวจสอบและทำความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจเพื่อป้องกันการแตกตื่น

SEA SLUG 03.jpg

ด้านนายสายัณ ชนะชัยวงศ์ นายอำเภอกระทู้ พร้อมนักวิชาการประจำสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน อันดามัน นำโดยนายศุภสิทธิ์ บุญเพียรผล ลงพื้นที่มาถึงพร้อมตรวจสอบในเบื้องต้นนายศุภสิทธิ์ ระบุว่าสัตว์ดังกล่าวน่าจะเป็น ทากทะเล หรือชื่อทางวิทยาศษสตร์ว่า SEA SLUG โดยได้ให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง สัตว์ทะเลที่พบและเก็บตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณตามแนวชายหาดนำกลับไปเข้าห้องแล็ปตรวจวิเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุการตายของสัตว์ทะเลดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่เกยหาดตายเป็นจำนวนมากนั้น อาจเกิดจาก 3 สาเหตุด้วยกันเช่น จากน้ำเสียหรือน้ำอาจมีคุณภาพอ๊อกซิเจนต่ำ ทำให้ทากอาจขาดอากาศหายใจ 2.อุณภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น และ 3.ต้องไปตรวจสอบช่วงเวลาการสืบพันธุ์หรือวางไข่ของทากทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าสัตว์ดังกล่าวไม่เป็นอันตรายสามารถสัมผัสได้ และไม่เกี่ยวข้องว่าจะเกิดภัยพิบัติขอประชาชนอย่าแตกตื่น

ที่มา :มติชนออนไลน์

สองสปีชีส์อยู่กิ่งไฮดรอย์เดียวกันได้

Doto greenamyeri and Favorinus tsuruganus.jpgภาพนี้ Fairuz Ahmad‎ ถ่ายที่ตูลัมเบน บาหลี ที่นี่ของแปลกเยอะหากไม่อยากไปดำน้ำไกลๆ ก็ไปบาหลีมีเกือบครบ 

Doto greenamyeri กับ Favorinus tsuruganus เกาะไฮดรอย์อยู่กิ่งเดียวกัน Doto กำลังวางไข่ (เปล่าหว่ะ) อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ นูดี้ Doto Sp. ส่วน Favorinus tsuruganus ขอยกยอดไว้คราวหน้าก่อนเด้อ ยุ่งมากติดละครช่องone งอมแงม 555 สนใจไปดำน้ำบาหลีแพ็คเกจราคาสบายกระเป๋าก็ติดต่อมาเด้อ

Photo credit : Fairuz Ahmad

 

หอยอะไรโดนเมือกแล้วจะกลายเป็นตัวเมีย

Limpet .jpg

Limpet หรือ “หอยหมวกเจ๊ก” ก็มีการกำหนดเพศแบบกะเทยเป็นลำดับ (sequential hermaphrodite) เช่นเดียวกัน และเช่นเดียวกันกับปลาการ์ตูน พวกมันจะเริ่มจากเป็นตัวผู้ก่อน และเฉพาะเมื่อตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อยหนึ่งเท่านั้น ถึงจะเปลี่ยนไปเป็นตัวเมียได้ ที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการวางไข่นั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานที่มากกว่าการผลิตสเปิร์ม หอยที่ตัวใหญ่กว่าจึงจะมีความสามารถในการวางไข่ที่มากกว่า หน้าที่ในการเบ่งไข่จึงเก็บเอาไว้ให้กับหอยที่ใหญ่พอสมควรเท่านั้น

แต่สำหรับ Limpet บางชนิดแล้วนั้น เงื่อนไขในการเปลี่ยนเพศนั้นไม่ได้มีแต่เพียงขนาดตัว แต่จะเกิดขึ้นเมื่อหอยเหล่านี้ได้สัมผัสกับหอยตัวผู้ตัวอื่นด้วย นั่นก็คือ หอยตัวผู้ตัวโตจะกลายเป็นแต๋วเมื่อได้สัมผัสกับหอยตัวผู้ตัวอื่น

การทดลองชี้ให้เห็นว่า เมื่อหอยได้สัมผัสกับ “เมือก” ที่ทิ้งเอาไว้ของหอยตัวผู้ตัวอื่น จะกระตุ้นให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลง และแปลงเพศจากชายกลายเป็นหญิงไป ซึ่งหอยที่ตัวใหญ่กว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เร็วกว่า

ข้อดีอย่างหนึ่งของวิธีที่แสนประหลาดเหล่านี้ก็คือ วิธีนี้จะทำให้มั่นใจว่าหอยจะสามารถอึ๊บกันได้เสมอ เมื่อเราเจอหอยเพศเดียวกัน ไม่มีปัญหา! เราก็แค่ให้ตัวที่ใหญ่กว่าเปลี่ยนเพศไปเป็นเพศเมีย ก็กลับมาทำลูกกันได้แล้ว!

นอกไปจากนี้ การศึกษายังพบว่าในบางกรณีหอยเพศเมียยังสามารถเปลี่ยนเพศกลับไปเป็นเพศผู้ได้อีกครั้งอีกด้วย

ที่มา: สัตว์โลกสัปดน 

งวงช้างกระดาษใช้วิธีไหนสืบพันธุ์

male Argonaut.jpg, หอยงวงช้างกระดาษ (Paper Nautilus) – ตอร์ปิโดจู่โจมระยะไกลติดตามตัวอัตโนมัติ

หอยงวงช้างกระดาษ จริงๆ แล้วไม่ใช่หอย แต่เป็นสัตว์จำพวกหมึก เช่นเดียวกับสัตว์จำพวกหมึกทั่วๆ ไป ตัวผู้จะมีหนวดเส้นหนึ่ง ซึ่งพัฒนาเอาไว้ใช้สำหรับสืบพันธุ์ เรียกว่า Hectocotylus (ซึ่งก็คือจู๋หมึกนั่นเอง ) ซึ่งในการผสมพันธุ์ของหมึกนั่น หมึกตัวผู้จะสลัด Hectocotylus ออกและเอาไปฝากไว้กับตัวเมีย เพื่อนำไปใช้ในการสืบพันธุ์ต่อไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับหอยงวงช้างกระดาษตัวผู้ก็คือ เมื่อมันสลัด Hectocotylus ออกไปแล้ว Hectocotylus สามารถว่ายน้ำไปหาตัวเมียได้เอง!

แต่แน่นอนว่าข้อเสียของอวัยวะที่หลุดออกไปได้นั่นก็คือ เมื่อมันหลุดออกไปแล้ว คุณจะไม่สามารถควบคุมอะไรมันได้เลย ถ้าเกิดว่าตอร์ปิโดดันเลี้ยวไปผิดเป้าหมายล่ะ? ยิ่งไปกว่านั้น อวัยวะที่สลัดไปได้ นั่นก็หมายความว่าคุณก็ไม่สามารถรับประสาทสัมผัสจากมันได้เช่นกัน  ดังนั้นสิ่งเดียวที่คุณรู้สึกได้ก็คือความภาคภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ แลกมาด้วยอวัยวะที่หายไป…

ทุกวันนี้ ยังไม่เคยมีการพบหอยงวงช้างกระดาษเพศผู้ ที่งอก hectocotylus ใหม่มาแทนได้ นั่นหมายความว่าไม่ว่าตอร์ปิโดนี้จะเข้าถูกเป้าหรือไม่ หอยงวงช้างเพศผู้น่าจะตายลงหลังจากสลัด hectocotylus ไปแล้วไม่นาน ด้วยเหตุนี้หอยงวงช้างกระดาษจึงมักจะรอจนกว่าจะอยู่ใกล้ๆ เป้าหมายที่สนใจ หรือระยะประชิด ก่อนที่จะยิงตอร์ปิโดออกไป

ส่วนหอยงวงช้างกระดาษตัวเมียจะมีชีวิตอยู่ต่อไป พร้อมกับไข่ และตอร์ปิโดที่ฝังอยู่ในตัวไปตลอดกาล!

ทุกวันนี้หอยงวงช้างกระดาษยังไม่สูญพันธุ์ก็แสดงว่าการผสมพันธ์ุแบบนี้ยังใช่ได้ผลดีอยู่

ที่มา-สัตว์โลกสัปดน

มารู้จักหอยงวงช้างกระดาษกันหน่อย

Female_argonaut.jpg

หอยงวงช้างกระดาษ ( Paper Nautilus) จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับพวกหมึก
(ซึ่งทั้งหมึกและหอยจัดอยู่ในกลุ่มไฟลัมเดียวกัน เรียกว่า Mollusk) หาพบได้ในมหาสมุทรทั่วไป มีส่วนเด่นก็คือตัวเมียสามารถผลิตกระดองเป็นแผ่นบางๆ (ภาพบน) สำหรับวางไข่และอาศัยอยู่ (อันเป็นที่มาของชื่อหอยงวงช้างกระดาษ)

Albe’do

Argonaut with eggs.jpg

Photo credit Albe’de   : pantip.com

ส่วนตัวผู้นั้นขนาดเล็กกว่ามาก(ภาพด้านล่าง)

Male _argonaut.jpg

นักวิทยาศาสตร์  Julian Finn และ Mark Norman ได้ค้นพบความแตกต่างระหว่างหอยงวงช้างกระดาษกับสัตว์อื่นๆในกลุ่มนี้ ที่มีการเคลื่อนไหวต่างกันออกไป โดยที่สัตว์ในกลุ่มหมึกแปดขาจะใช้การเดินไต่ไปตามพื้นทะเล

ซึ่งสองนักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าหอยงวงช้างกระดาษมีฟังก์ชั่นที่การทำงานที่แตกต่างหรือเขาเรียกว่า “organic ballast tank” โดยพวกเขาทำการทดลองซ้ำๆหลายครั้งโดยการทำให้หอยงวงช้างกระดาษไม่มีอากาศภายในตัว F2.large.jpg

ทำให้หอยงวงช้างกระดาษต้องรักษาระดับการลอยตัว โดยหอยงวงช้างกระดาษจะมีพฤติกรรมซ้ำดังนี้

1.หอยงวงช้างกระดาษจะลอยตัวขึ้นไปบนผิวน้ำอย่างรวดเร็ว(คงไปเติมลมม้าง) ระดับลมดูสีเทาที่แรเงา

2.ที่ผิวน้ำหอยงวงช้างกระดาษใช้ท่อ funnel กดให้ตัวลดลงลึกและให้กระดองโผล่ขึ้นที่ผิวน้ำ เพื่อรับอากาศเข้าไปที่กระดองตาม (รูป a). โดยใช้แขนคู่ที่ 2 เปิดปิดรับอากาศ

3.หลังจากนั้นท่อ funnel ก็เปลี่ยนเป็นหันกลับลงเพื่อให้กระดองจมลงจากผิวน้ำตาม (รูป b)

4.เดินเครื่องเต็มสูบท่อ funnel ปล่อยพลังงานเต็มที่ปล่อยลมที่เก็บไว้แล้วหอยงวงช้างกระดาษก็เริ่มดำลงสูงทะเลลึก (รูป c)

5.พอดำน้ำลึกมาถึงอากาศที่เก็บไว้ก็จะถูกความดันอัดแน่นทำให้ปริมาตรของอากาศลดลง(สีเทาที่แรเงา) ทำให้หอยงวงกระดาษรักษาการทรงตัวในแนวตั้ง ทำให้ว่ายน้ำแบบขนานไปกับทะเล ซึ่งจะต่างกับหหมึกชนิดอื่นๆ

มาดูวีดีโอประกอบเพิ่มความเข้าใจกันดีกว่า

ที่มา: สัตว์โลกสัปดนNationalgeographic,SuiTube,

จริงๆแล้วไข่หมึกที่กินๆกันอยู่นี่คืออะไร

SQUID 01 640x325.jpg

ไปเที่ยวเกษตรแฟร์มาปีนี้ อย่างแรกที่ต้องกินคือ  ‘ไข่ปลาหมึก’ หลังจากที่เดินชิมมะขามฟรีแล้วเราก็เข้ามาเจอร้านขายไข่หมึก(จริงๆแล้วหาได้ทั่วงาน เกือบทุกโซน) แต่กินมาตั้งนาน เราก็สงสัยว่านี่ใช่ไข่หมึกจริงเหรอไม่นับที่พ่อค้าแม่ขายผสมแป้งนะครัช

SQUID 02.jpg

จริงๆแล้วไข่ปลาหมึกที่เราโซ้ยกันทุกวัน มันไม่ได้มาจากการวางไข่ของหมึกตัวเมียแต่อย่างใด หากแต่มันคืออวัยวะส่วนหนึ่ง

ส่วนของทางฝั่งหมึกตัวเมีย จะนำอวัยวะจากส่วน ‘รังไข่ (Ovary) ‘มาทำการชุบแป้งทอด

squid 03.jpg

ถ้าเป็นตัวผู้ก็จะคัดออกมาจากอัณฑะของน้องหมึก ลักษณะเนื้อจะมีความยืดหยุ่น เป็นก้อนกลมใส

ข้อสังเกตง่ายๆคือ ถ้าชิ้นไหนที่มันขุ่นมาก แสดงว่าคุณกำลังโซ้ยอัณฑะของหมึกอยู่

ที่มา: zapjeed.com , topicstock.pantip

รักจึงต้องฆ่าบีบคอ? แล้วกิน

Octopus.jpgหมึกยักษ์มีพฤติกรรมการกินคู่นอน (sexual cannibalism) หมึกนี้เป็นสัตว์จำพวก cephalopod ซึ่งจัดอยู่ในไฟลัม mollusca เช่นเดียวกับสัตว์จำพวกหอย หมึกโดยทั่วๆ ไปมีหนวดแปดเส้น สามารถขยับได้อิสระ มีร่างกายที่อ่อนนุ่ม เว้นเสียแต่จงอยปากแข็งๆ เพียงนิดเดียวที่เอาไว้บดอาหารกิน

หมึกมีการสืบพันธุ์ที่อาจจะค่อนข้างแปลกประหลาดโดยมาตรฐานของมนุษย์ หมึกไม่จำเป็นต้องมี “จู๋” เพราะว่าพวกมันมีหนวดยุ่บยับไปหมดอยู่แล้วตั้งแปดหนวด เช่นเดียวกับในการ์ตูนญี่ปุ่นบางเรื่อง หมึกใช้หนวดของพวกมันในการสืบพันธุ์แทนจู๋

หมึกตัวผู้จะมีหนวดเส้นหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็น “hectocotylus” ซึ่งก็คือจู๋นั่นเอง แต่โดยปรกติแล้วจู๋หมึกนี้ก็จะทำหน้าที่เป็นหนวดธรรมดาหนึ่งเส้น ไม่ต่างกับอีกเจ็ดเส้นที่เหลือ แต่ภายในหนวดนี้จะมีท่อที่สามารถนำ spermatophore หรือก้อนสเปิร์มลำเลียงไปตามหนวดได้ บริเวณปลายหนวดของหมึกตัวผู้หลายชนิดจะสามารถ “แข็ง” ได้เพื่อการนำวิถีไปตามช่องแคบได้อย่างราบรื่น

OCTOPUS CYANEA

ตัวเมียกำลังหาตัวผู้เพื่อผสมพันธุ์หรือหาเหยื่อตัวใหม่

(credit: David Fleetham / NPL)

หมึกตัวเมียนั้นก็ไม่มี “จิ๋ม” ในแบบที่เรารู้จักเช่นกัน หมึกจะต้องนำหนวดนี้ไชเข้าไปตามท่อ siphon ที่หมึกเพศเมียเอาไว้หายใจ พ่นน้ำ ฯลฯ ซึ่งอาจจะเปรียบได้กับ “รูจมูก” ของมนุษย์ หลังจากที่ hectocotylus แยงเข้าไปในรูจมูกนี้มันก็จะคลำไปทั่วอวัยวะภายในของหมึกตัวเมียจนกระทั่งเจอ “ห้องกักตัว” หรือ oviducal gland ของตัวเมีย สเปิร์มก็จะถูกขับออกมาไปเก็บเอาไว้ในท่อนี้ของตัวเมียเพื่อรอผสมกับไข่ที่ถูกขับออกมาผ่านห้องนี้ในภายหลัง

Octopus03.jpg

ขาดูดหรืออาวุธที่พร้อมจะทำร้ายตัวผู้? (credit: Jeff Rotman / NPL)

นักวิจัย Christine Huffard ได้พบอีกว่า ในบางครั้งหลังจากหมึกโซเดมาคอมกันเสร็จแล้ว ตัวเมียกลับเอาหนวดเส้นหนึ่งพันไปรอบๆ mantle หรือลำตัวของตัวผู้ (ลูกศรชี้ในภาพ) จากนั้นก็บีบรัดให้แน่นจนตัวผู้ขาดอากาศตาย จากนั้นเจ้าหล่อนก็ลากศพตัวผู้เข้าไปในรัง ซึ่งน่าจะพอเดาได้ว่าเธอน่าจะลากไปแดกนั่นเอง

ถึงแม้ว่าการกินคู่นอนอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่นี่นับว่าเป็นสัตว์เพียงประเภทเดียวเท่านั้นเอง ที่เราทราบว่ามีการใช้วิธี “รัดคอ” ประกอบการมีเพศสัมพันธุ์ (ยกเว้นคน) เพื่อนำไปกินต่อในภายหลัง

Octopus05
(credit: C. Huffard)