7 วิธีจับผิดร้านค้าออนไลน์ ถ้าเจอแบบนี้ โกงชัวร์

วันนี้เปลี่ยนแนวเพราะตัวเองเริ่มช้อปซื้อของออนไลน์ตอนที่กลับมาอยู่ตจว แบบนี้กร๊ากก ไปเห็นบทความของ Priceza.com เลยเอามาฝากกัน

1. เช็คประวัติจาก Google, Facebook, Twitter google-search-redesign800x600.jpg

ในการซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อย ที่มีหน้าร้านบน Facebook หรือ Instagram ก่อนซื้อหรือก่อนจ่ายเงิน ควรนำชื่อร้าน เบอร์โทรศัพท์ ชื่อบัญชีที่จะให้โอนเงิน หรือ username ของคนขายมา search หาใน google ก่อน เพราะหากชื่อนี้เคยหลอกลวงคนอื่นมาก่อน จะมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยกัน มาโพสต์ ตั้งกระทู้เตือน หรือพูดถึงรายละเอียดคดีความของเขาไว้ เราก็สามารถเช็คได้

แต่ถ้ายังไม่เจออะไร ก็ลองสั่งซื้อได้ หรือถ้าอยากมั่นใจเพิ่มอีก เราก็อาจจะค้นหาชื่อร้านค้า หรือคนขาย ใน Facebook หรือ Twitter  ตรวจสอบสถานะว่ามีการขายของจริงๆ หรือไม่ เพราะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องมีตัวตัวผ่านเครื่องมือต่างๆ ของโซเชียลแน่นอน

2. ตรวจสอบตัวตน จากเว็บที่น่าเชื่อถือ

นอกเหนือ จาก การเช็คบน google และ social media แล้ว ลองค้นหาในเว็บไซต์ที่สามารถตรวจสอบตัวตน  เช่น  peekyou.com , touchgraph.com/seo หรือ socialmention.com

วิธีการคือ ใส่ชื่อ หรือ username ของผู้ขายลงไป ช่อง search ที่มีอยู่ในเว็บไซต์ ก็จะเจอข้อมูลมากมายทั้งอีเมล์ ข้อมูลบนเว็บต่างๆ และ Social Network ของเขา ซึ่งเรา อย่างอันนี้เราเสิร์ชชื่อ Priceza มันก็บอกเลยว่าเรามี Social Media อะไรบ้าง

priceza-social.png

แต่ก็ต้องดูให้ดี เพราะอย่างบางที แม่ค้ามี line id ก็จริง แต่มีหลายรายที่พอโอนเงินเรียบร้อย ก็ลบไลน์ บล็อกไอดี แล้วหายวับเข้ากลีบเมฆ ทิ้งให้คนซื้ออึ้งไปตามๆ กัน

3. ประวัติการซื้อขาย การส่งสินค้าแทบไม่เห็น

ตรวจสอบกับผู้ที่เคยซื้อ ว่าได้รับสินค้าจริงๆหรือไม่? อาจจะหลังไมค์ไปพูดคุยกับคนที่เคยสั่งซื้อที่มีชื่อปรากฏการจองสินค้า เช่น ถ้าร้านขายใน Facebook เราก็ Inbox ไปสอบถามความรู้สึก ความคิดเห็นว่า สินค้าเป็นอย่างไร เพื่อเก็บเป็นข้อมูลการตัดสินใจได้อีกทาง

หรือไม่งั้น ทีมงาน Priceza แนะนำว่าให้ลองสั่งซื้อของจำนวนน้อยๆ ก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า คนขายคนนั้น ส่งของจริง และมีตัวตนจริงๆ (หากเป็นคนโกง เค้าจะพยายามให้คุณสั่งของทีละมากๆ ระวังเอาไว้)

  1. ราคาถูกมาก! ผิดปกติ

มีกรณีที่ของผู้ซื้อที่โดนโกง โดนหลอกให้โอนเงิน อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะสินค้าที่ราคาถูกมากผิดปกติ อย่างเช่น ไอโฟนราคาไม่ถึงหมื่น หรือรองเท้า nike แท้ ราคาเฉียดๆ พัน หรือบางเจ้าไม่ถึงพัน ซึ่งมันยากมากที่เราจะได้สินค้าดี ในราคาเท่านี้

nike-copy3.jpg

ถ้าไม่เป็นสินค้าปลอม ก็ถูกหลอกให้โอนเงินค่าของฟรีๆ แล้วก็ชิ่งเงินหนีไป เพราะฉะนั้นถ้าพบว่าร้านค้าออนไลน์ขายของถูกเกินจริง ต้องยิ่งสังเกตและระวังเป็นอย่างมาก เพราะโอกาสโดนหลอกสูงมากๆ  และอุทธาหรณ์ ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ดังนั้นถ้าเกิดไม่มั่นใจ ให้เข้าไปเช็คราคาสินค้าก่อน อย่างในเว็บ Priceza ก็จะมีให้เช็คราคาสินค้าของร้านค้าออนไลน์อยู่เช่นกัน

5. สเต็ปการสั่งซื้อ และวิธีการจัดส่งไม่ชัดเจน

มีหลายคนที่ตัดสินใจพลาดสั่งซื้อสินค้า จากร้านค้าที่สเต็ปการสั่งซื้อ หรือวิธีการจัดส่งไม่ชัดเจน เช่น ร้านพรีออเดอร์ ที่รอบการสั่ง และรอบการส่งไม่ตายตัว มีผู้ซื้อหลายๆ คน วิจารณ์บนหน้าร้านค้าออนไลน์ ว่าสินค้าชอบมาล่าช้า ส่งรหัสพัสดุให้ล่าช้า

6. การอัพเดตสินค้าของร้านค้า

maxresdefault-5905.jpg

ตรวจสอบดูความใหม่ของสินค้าหน้าเว็บไซต์ และการอัพเดทเว็บไซต์ หากเว็บไซต์มีการอัพเดทเป็นประจำ เช่นมีสินค้าใหม่ๆ, มีการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่น การอัพเดทสินค้าเป็นประจำ ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าของร้านดูแลหน้าร้านออนไลน์ของเขาอยู่จริง ทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้น

7. ตรวจสอบประวัติการส่งสินค้า

ร้านค้าออนไลน์ รายใหญ่ๆ มักจะมีสเต็ปการจัดส่งที่ชัดเจน มีช่องทางให้เลือกหลายช่องทาง รวมถึงมีบริการจ่ายเงินเมื่อรับสินค้า เมื่อสินค้ามาถึงมือแล้วค่อยจ่าย ซึ่งเราก็จะสบายใจได้ หรือบางร้านต้องชำระเงินก่อน อาจจะผ่อนเคาท์เตอร์เซอร์วิส หรือโอนเงินก็แล้วแต่ เราก็จะต้องดูการจัดการ และการดำเนินการของร้านนั้นๆ

top-mail-confirm.png

อย่างร้านใหญ่ๆ เช่น Central Online, Big C, iFrink, Top Value, Tops Online และร้านอื่นๆ จะมีการคอนเฟิร์มอีเมล์ทุกขั้นตอน ตั้งแต่สั่งซื้อ ชำระเงิน และจัดส่ง นั่นจะทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าไม่โดนโกง หรือถ้ามีอะไรผิดพลาด เราก็จะมีหลักฐานเก็บไว้

แต่ในร้านเล็ก ร้านค้าออนไลน์บนเว็บซื้อขาย ร้านค้าบนเฟสบุ๊ค หรืออินสตราแกรม พวกนี้เราต้องตรวจเช็คให้ดี เช่น เช็คประวัติว่าทางร้านเคยมีการแจ้งสถานะการจัดส่งให้ผู้ซื้อทราบหรือไม่ มีการแจ้งเลขพัสดุไปรษณีย์บ้างหรือไม่ เพื่อยืนยันว่ามีการส่งสินค้าจริง ถ้าร้านไหนไม่แจ้ง เซย์โน ไปเลยค่ะ เพราะเสี่ยงเกินไป

ที่มา : priceza.com