Monthly Archives: November 2015

8 อย่างที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับมานาตี(Manatee)

เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแห่งการอนุรักษ์มานาตี มานาตีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายกับพะยูน นอกจากนั้นยังเป็นญาติสนิทของพะยูน มานาตีมีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับพะยูนเพียงแต่มีหางที่กลมคล้ายพัดลำตัวไม่มีขน มีสีเทาน้ำตาล ปลายครีบ คู่หน้ามีเล็บ 3-4 เล็บ ลำตัวยาว 3.5 เมตร หนัก 1590กิโลกรัม กินอาหารพวกพืชน้ำ หญ้าทะเล และสาหร่าย เคลื่อนที่ช้า อาจอยู่ตัวเดียวหรืออยู่รวมเป็นฝูง(manateedugong.tripod) จัดว่าเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Endangered species)ได้รับการปกป้องจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและอีกหลายๆประเทศ งั้นเรามาดูสิว่ามานาตีมีความลับอะไรบ้างที่คุณอาจจะยังไม่รู้

manatees1-1024x492

Illustrations by Ruth Tam

1. มานาตีสามารถว่ายน้ำขึ้นไปทางทิศเหนือได้ไกลถึง Cape Cod (ทางตะวันออกสุดของรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา คล้ายแหลมตะลุมพุกของ จ. นครศรีธรรมราชยื่นออกไปในทะเล)

เมื่อปี 2009 เนื่องจากกระแสน้ำอุ่นไม่ค่อยอุ่นทางฝ่ายอนุรักษ์มานาตีกลัวว่ามานาตีจะไม่สามารถว่ายน้ำได้ไกลไปทางใต้ เพื่อให้อยู่รอด แม้ว่ามานาตีสามารถว่ายน้ำได้ 20 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งโดยปกติจะว่ายเพียง 3-5 ไมล์ต่อชั่วโมง มานาตีนั้นว่ายน้ำเหมือนโลมาในเวอร์ชั่นสโลว์ไลฟ์ หน้าร้อนจะว่ายมาจนถึงแมสซาชูเซตส์ พอเข้าหน้าหนาวก็ว่ายลงใต้

manatee_migration_map-page-001-1-1024x725

เครดิตรูป Save The Manatee Club

2. มานาตีThey use power plant outflows to stay warm

ปกติมานาตีหนัก 1,000 ปอนด์หรือมากกว่า มานาตีไม่ได้เนื้อเยื่อเหมือนวาฬที่จะมีชั้นช่วยเก็บความร้อน เมื่ออุณหภูมิลดลงถึง 68 F มานาตีจะค้นหาที่อุ่นอยู่

ในอดีตมานาตีจะว่ายไปที่น้ำพุร้อน แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงและมีสิ่งก่อสร้างจากมนุษย์ที่ทำให้น้ำอุ่น เช่นที่สูบน้ำ โรงงานพลังงาน ซึ่งปัจจุบันเจ้ามานาตีจะไปหลบอยู่ตามท่อที่ปล่อยน้ำ มีหลายๆครั้งที่มานาตีไปติดท่อ ปกติแล้วมานาตีจะว่ายกลับไปที่เก่าที่เคยไปหลบหนาวทุกๆปี แต่เนื่องจากปัจจุบันมีสิ่งก่อสร้างมากกว่ากีดขวางการเดินทางของมานาตีให้กลับไปที่น้ำพุร้อน

manateeรูปโดย USFWS Endangered Species

3. แอลลิเกเตอร์ยังให้ทางมานาตี

ที่ฟลอริด้าแอลลิเกเตอร์ หรือ จระเข้ตีนเป็ดหากเห็มานาตีว่ายผ่านแอลลิเกเตอร์ก็จะให้ทางมานาตีว่ายไปก่อน แต่ว่าเรือหรือเรือสปีทโบ๊ทกลับพุ่งชนใส่มานาตี (คนใจร้ายนี่ฝ่า)

4. มานาตีมีฟันงอกใหม่ได้เรื่อย

เนื่องจากมานาตีใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง กินหญ้าทะเลหรือพีชน้ำอื่นๆ ซึ่งอาหารเหบ่านี้ดันมีทรายเม็ดเล็กปนไปด้วย อาจจะมีเศษอื่นๆติดไปด้วยทำให้ฟันของมานาตีผุกร่อนไป แต่ว่าคุณเคยเห็นมานาตีฟันหลอไหม ไม่เลยเพราะเจ้ามานาตีมีฟันสำรองขึ้นตลอดเวลา โดยฟันสำรองจะอยู่บริเวณฟันกรามมุมปาก หากฟันหน้าร่วงไปฟันกรามก็จะดัดฟันใหม่เขา้มาเติมฟันที่หักไป บางครั้งมานาตีก็ใช้ฟันปกป้องตัวเองด้วยเหมือนกัน

manatees2-665x10245. มานาตีเป็นญาติสนิทกับช้างต่างหาก 

เดี๋ยวแพร๊บมานาตีนี่มีพัฒนาการปรับตัวและมีครอบครัวเป็นของตัวเองคือพยูน มานาตีมี 3 สปีซี่ย์

มานาตีแคริบเบียนซึ่งอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล บริเวณเขตน้ำกร่อยและในแม่น้ำ ในฟลอลิดา ทะเลแคริบเบียน ถึงตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้

มานาตีอะเมซอนอาศัยอยู่ในน้ำจืดบริเวณลุ่มแม่น้ำอะเมซอน พบได้เฉพาะในป่าอเมซอนซึ่งมีอยู่ที่ตอนเหนือ ของทวีปอเมริกาใต้

มานาตีแอฟริกาตะวันตก หรือ มานาตีเซเนกัลอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลน้ำกร่อยและน้ำจืดในประเทศเซเนกัลและประเทศแองโกลา ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปแอฟริกา สำหรับญาติสนิทของมานาตีบนบกได้แก่ช้าง เพราะมานาตีมีเล็บเล็กที่ปลายครีบเหมือนกับเล็บช้างแล้วก็ปากบนยื่นออกมาเหมือนงวงช้าง ซึ่งเอาไว้จับและดึงอาหารเข้าปาก

6. ฟอสซิลพะยูน Steller มีขนาดเท่าวาฬขนาดเล็ก 

วัวทะเล Steller ถูกค้นพบที่ทะเล Bering ในปี 1741 แต่ 27 ปีหลังจากนั้นคือปี 1786 ได้ทำการล่าจนวัวทะเลชนิดนี้หมดไป ซึ่งจากการศึกษาฟอสซิลพบว่าวัวทะเลชนิดนี้เป็นญาติกับพะยูนและมีลำตัวยาวถึง 30 ฟุตซึ่งเป็นขนาดของวาฬตัวเล็ก แถมยังทนนำ้เย็นได้ด้วย ซึ่งมานาตีไม่สามารถดำรงอยู่ในน้ำเย็นขนาดนั้นได้

7. มานาตีทรงตัวใต้น้ำด้วยปอด 

ปอดของมานาตียาวผ่านกระดูกสันหลังด้านบนของลำตัว ซึ่งเหมือนแท็งค์ลอยน้ำยาวตามลำตัว ซึ่งกล้ามเนื้อซี่โครงจะทำการบีบหรือขยายปอด ซึ่งระหว่างหลับกล้ามเนื้อจะผ่อนคลายทำให้ปอดขยายตัวจึงทำให้มานาตีลอยขึ้นมาเหนือน้ำ หลังจากที่หายใจแล้วมานาตีก็สามารถดำดิ่งลงไปใต้น้ำอีกครั้ง

8. คนคือสาเหตุหลักที่ทำให้มานาตีสูญพันธ์ุ

เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากร มีการใช้เรือมากขึ้น ซึ่งในแต่ละปีมีอุบัติเหตุเรือชนมานาตีมากขึ้น หรือแม้แต่การสร้างสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางชายหาด ขวางทางไหลของน้ำพุ หรือทำลายแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพยูน

พะยูนจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน 15 ชนิดของประเทศไทยและจัดโดยอนุสัญญา CITES ไว้ใน Appendix I

ที่มา:

http://www.pbs.org/newshour/updates/8-things-didnt-know-manatees/

http://manateedugong.tripod.com/id15.html

http://www.saveoursea.net/boardsmf/index.php?topic=170.0;wap2

 

 

Piedmont ภาค 2 ถึงแล้ว Asti

หลังจากที่เราเดินเล่นที่ทะเลสาป เราก็ขับรถเลาะไล่ขอทะเลสาปเพื่อขึ้นมาที่ Asti ซึ่งจะเป็นที่พักของเราในคืนแรก กว่าจะหาโรงแรมเจอก็แทบแย่เหมือนกัน ขับรถที่อิตาลี่ต้องมีสมาธิเพราะ round about เยอะดีแท้ หลังจากฝ่าดงแอ๊ปเปิ้ล(ไม่ใช่แอ๊ปเปิ้ลไร้ใบนะแค่หน้าหนาวเลยใบร่วง) & ฝ่าดงองุ่นเราก็มาถึงเสียดี

เขาเรียกว่าเป็น Agriturismo ประมาณบ้านพักสไตล์ฟารม์ จะเรียกว่าเป็นโฮมสเตย์จะถูกไหมใครรู้บอกที ห้องใหญ่มากกกก สะอาด อาหารก็โอเค สงสัยตอนเราไปหน้าโลว์เลยไม่มีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ บรรยากาศห้องโรงแรม โชคดีที่แดดดี

ที่นี่มีสระว่ายน้ำด้วย แต่ว่าสระปิดช่วงหน้าหนาว คิดว่าหน้าร้อนนักท่องเที่ยวน่าจะเยอะมากแน่นอน

IMG_3897

คนดูแลชื่อคริสติน่าที่อิตาลี่คงคล้ายๆที่ไทยเจ้าของเป็นคนที่อื่นแต่คนงานเป็นคนอิตาลี่ (พูดเล่นนะเป็นบางที เพราะเมืองใหญ่เห็นคนผิวสีทำงานบ้านหรือคนฟิลิปินส์)

ซ้ายมือคือห้องนั่งเล่นชั้นบนกับรูปขวาคือห้องอาหารชั้นล่าง

ห้องนอนสำหรับแอดมินแอนถือว่าใหญ่มาก คืออยู่ฮ่องกงมานานจนชินกะห้องรูหนู แต่โรงแรมตามเมืองใหญ่ที่ยุโรปก็ห้องไม่ใหญ่มาก นอกจากห้องแบบโคระตะแพง ที่สำคัญเลยคือสะอาดมีไดร์เป่าผม เงียบ(แน่นอน) มีหนังสือ wifi มีเตาผิงด้วย

สองตายายเหนี่ยแล้วแจ็ตแล็คนอนมาสก์หน้าเอาแรงก่อนเย็นนี้จะไปชิมไวน์โรงงานข้างโรงแรม

IMG_3904

ช่วงค่ำเราก็มาชิมไวน์ เขาก็พามาดูโรงงานก่อนที่จะพาไปเชือดเอ้ยไปชิม กะเหรี่ยงน้อยไม่ได้ถ่ายรูปเยอะ ได้ถ่ายแค่ที่หมัก กับเครื่องมือวัดน้ำองุ่น หรือไวน์นั้นเอง

ชิมเสร็จก็กลับไปกินอาหารเย็นแต่ไม่ทันกินขนมหวานก็แทบฟุบคาโต๊ะอาการเจ็ตแลคขั้นรุนแรง

ใครตามอ่านกันถึงตอนนี้ รอดูสิว่าต่อไปเนอะว่าพรุ่งนี้เราจะไปทำที่ไหนกันบ้าง

ปลาไหลกรูเปอร์ (Gulper eel) หรือ ปลาไหลเพลิแกน (pelican eel)

 

gulper-eel-15579-sw

ห่างหายจากวงการปลาแปลกๆมาสักพัก เล่นเฟซบุ๊คไปมาในหน้าเพจสำรวจโลกเจอปลาประหลาดเลยเอามาฝากกัน ปลาตัวนี้คือ ปลาไหลกรูเปอร์ (Gulper eel) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Eurypharynx pelecanoides ซึ่งมีลักษณะพิเศษด้วยปากที่กว้างมากกกก และมีกระเพาะที่ขยายใหญ่ได้หลายเท่า มีลักษณะเป็นเหมือนกระเป๋าคล้ายของนกเพลิแกน ดังนั้นจึงสามารถเรียกว่าปลาไหลเพลิแกน

Preserved-gulper-eel-specimen-

ดูปากของปลาตัวนี้สิ สามารถกินเหยื่อที่ขนาดใหญ่กว่าตัวปลาเพลิแกนเองซะอีก เออแบบนี้จะกินคนได้ไหมเนี่ย 555 อย่าไปกลัว เพราะปลาไหลเพลิแกนอาศัยอยู่ในน้ำลึกประมาณ 150 – 1,800 เมตร ลึกขนาดแทบไม่มีแสงส่องถึง เพราะฉะนั้นเวลาไปเดินเล่นที่หาดก็ไม่ต้องกลัว

gulper_eel

ปลาไหลเพลิแกนนี่ไม่มีฟันนะ อ้าวแล้วจะกินอาหารแบบไหน? กลืนทั้งตั้วเข้าไป ซึ่งอาหารที่เจ้าปลาไหลเพลิแกนกินมักจะเป็นสัตว์ในกลุ่มปู กุ้ง สัตว์น้ำขนาดเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่กินสัตว์ใหญ่นะ แถมปลาไหลพิเลแกนยังเรืองแสงด้วย ไงเริสไหม ปล่อยแสงได้ เพราะมี bio-luminescent ที่ปลายหาง อ้าวยังไงเวลาปลาไหลเพลาแกนว่ายมาก็ลองสังเกตุดูให้ดีว่ามันเรืองแสงและกินอะไร กินคนอะเปล่า 5555  นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในช่วงโตเต็มวัยพวกมันกินอาหารเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และนั่นพอที่จะเป็นพลังงานให้พวกมันเสาะหาคู่และขยายเผ่าพันธุ์ต่อไป

ที่มา : http://wowboom.blogspot.hk/2012/02/gulper-eel.html

http://www.teara.govt.nz/en/deep-sea-creatures/3/3

http://www.seasky.org/deep-sea/gulper-eel.html

http://www.arkive.org/gulper-eel/eurypharynx-pelecanoides/image-G86407.html

National Geographic

 

 

 

 

หนีหนาวมาเจอหนาวกว่าที่อิตาลี่ Piemont

IMG_3747

พักเรื่องดำน้ำมาเที่ยวบกกันบ้างดีกว่า เป็นการมาเที่ยวยุโรปในรอบหลายปี มาครั้งที่แล้วอยู่แถวโรม ฟลอเรนซ์ แล้วก็เวนิส เที่ยวนี้คุณลุงขาใหญ่อยากเที่ยวทางตอนเหนือ (Piemont แปลว่าตรีนเขา ) แถบนี้เป็นเขตผลิตไวน์ อาจจะไม่ค่อยดังเท่าทัสคานี่ (Tuscany) แต่ไวน์แถบนี่แหล่มมากเลย ขนาดคนไม่ดื่มไวน์ยังจิบแล้วรู้สึกว่ามันเป็นต๋าแซ่บ

มาลงเครื่องที่ Malpensa ที่มิลาน มาถึงแต่เช้าไม่ได้เดินสำรวจอะไรมากมายเพราะเรายังไม่ตื่นดี IMG_3698 

กว่าจะเดินหาเคาท์เตอร์เช่ารถก็เดินเกือบทั่วเทอร์มินัล ได้รถแล้วเราก็ซิ่งออกไป เรามุ่งหน้าขั้นเหนือไปที่ Lago Maggiore ที่นี่เคยเป็นสถานที่ตากอากาศชื่อดังของคนอิตาลี่เอง แต่ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติบ้าง เรียกเป็นว่า”ริเวียร่า ณ อิตาลี่ ” (แอดมินแอนไม่เคยไปรีเวียร่านะ ว่าตาม lonelyplanet อย่างเดียวเลย) ที่นี่สวยมากแล้วก็เงียบ ดูจากประชากรที่เดินไปมาแล้วน่าจะเป็นเมืองสำหรับผู้สูงอายุมากกว่า ที่ทะเลสาปมีเกาะเล็ก ที่มีสวนสวย Isola Bella แต่พวกเรางกคร๊าบไม่ได้ขึ้นเกาะ พอดีเกาะปิดด้วย เลยได้แต่ดูอยู่ห่างๆ แต่เขามีบริการเช่าเรือดูเกาะนะมี 3 เกาะดูครบทุกเกาะเขาขอ 25 ยูโร IMG_3787อากาศดีไม่หนาวหรือไม่ร้อนจนเกินไป แดดค่อนข้างจะดีด้วย

IMG_3762

น้ำที่ทะเลสาปใสแจ๋วเลย แต่เห็นใสๆแบบนี้คิดว่าลงไปมีหนาวแน่ หลังจากนั้นเราก็เคลื่อนขบวนไปอีกทะเลสาปก่อนมุ่งหน้าสู่ทะเลสาปอีกด้าน

IMG_3771

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปหาโรงแรมของเราที่ Asti วันนี้เป็นวันแห่งการเดินทางและเจ็ทแล็คไม่ได้ทำอะไรมากมายอ้าวหมดไปแล้ว 1 วัน

  

ครั้งแรกกับการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งในฮ่องกง(Hong Kong )

มาแว้วววหายไปเที่ยวยุโรปมาซะนานกลับมาก็จดหมายกองใหญ่ในตู้ไปรษณีย์  ปรากฎว่าเป็นโฆษณากว่า 80% เงิบเลยเรา อ้อมีใบทวงหนี้จากธนาคารต่างหาก 555

มาเข้าเรื่องดีกว่า แอดมินได้รับจดหมายให้ไปทำการเลือกตั้ง นั่นแน้ปีแรกที่ได้เป็น PR  ก็ทำตัวเป็นคนดีไม่นอนทับสิทธิ์ แถมคูหาเลือกตั้งก็ไม่ไกลบ้าน เราก็จัดเลย รูปจดหมายจากทางรัฐบาล  กระดาษเหมือนผ่านสมรภูมิมามากยับเยินสุดๆ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นดูแล คอยควบดูแลแผนการก่อสร้างไม่ว่าเป็นบ้าน หรืออาคารองค์การนี้เป็นผู้อนุมัติ, ดูแลสิ่งแวดล้อม, ซ่อมบำรุงท้องถนนในเขตที่รับผิดชอบองค์กรนี้มีสามารถออกกฏหมายท้องถิ่น(แต่ต้องไม่ขัดกับกฏหมายหลัก)เพื่อใช้ในความเหมาะสมของท้องถิ่นนั้นๆ  (จากคุณ: คนอุดรฯ พันทิพย์) ไม่ใช่จะทุกคนจะได้จดหมายเชิญนะ สงสัยตอนไปรับบัตรประชาชนใหม่เขาถามว่ามีเลือกตั้งสนใจรับข่าวหรือไปเลือกตั้งไหม ตอนนั้นกลัวจะไม่ได้บัตรเลยตอบ Yes yes ไปงั้น เพราะคนที่บ้านไม่ได้รับจดหมายเชิญแต่น่าจะลงคะแนนได้อยู่เพราะชื่ออยู่ในเขต แต่ว่ายังไงคุณลุงขาใหญ่ก็ออกจากฮ่องกงแต่เช้าก่อนคูหาจะเปิดอยู่ดี

การเดินทางก็ทำได้ง่ายม๊ากลงลิฟต์แล้วขึ้นบรรไดเลื่อน ครั้งนี้คูหาเลือกตั้งอยู่ในโรงเรียนอนุบาลชื่อยาวมากกกก

มาถึงเราก็มาดูบรอด์ประกาศกันหน่อย ที่บอกแผนที่ทางหนีไฟ ห้ามใช้โทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปหรือวีดีโอในคูหา คงคล้ายๆกับที่ไทย

มาดูโฉมหน้าผู้สมัครมีเยอะมาก 2 คน เอ๊ะถ้าเราบอกว่าเลือกใครจะผิดกฎหมายไหมเนี่ย

ประกาศกฏต่างที่ควรและไม่ควรระหว่างการลงคะแนน ที่นี่จะไม่ได้ใช้การกากะบาทแต่จะใช้การช้อปหรือประทับตาเครื่องหมายถูกแทน ก็ดีอาจจะทำให้การนับคะแนนง่ายดี

  

  
มีกฏอนุญาติให้ผู้ที่มีสิทธิเท่านั้นที่เข้าคูหา ห้ามพูดกับคนที่กำลังอยู่ในคูหา ก็คล้ายกับไทย

เลือกเสร็จก็พับใบเลือกตั้งแล้วหย่อนลงกล่อง แล้วส่งบอรด์คืน เสร็จแล้วก็ออกมาดูรายละเอียดเล็กน้อย เริ่มมีการทำ Exit Poll ก็คล้ายที่ไทย คูหาเปิดตั้งแต่ 8.30 – 23.00 นาฬิกาแม่เจ้า ว่าเปิดนานขนาดนี้ แต่ตแนที่ลงคะแนนคนก็ครึกครึ้นดี จริงๆการเลือกตั้งเล็กๆแบบนี้คนคงสนใจมากกว่าเพราะการเลือกตั้งใหญ่(เอ้ยมันมีเหรอหว่ะ) ยังไงพี่จีนก็ควบคุมอยู่ดี